| เพียงเท่านี้ ค่า Quality Scores ในแต่ละ Keywords ก็จะปรากฎขึ้นมาสู่สายตาของเรา ให้เราได้รับรู้กันว่า โฆษณาใน Keyword แต่ละคำของเรานั้นมีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน โดย Google จะแสดง Quality Scores ออกมาเป็น 3 สถานะ ดังนี้ 1. Great คือ โฆษณาของเรามีคุณภาพดีมากๆ Google จะตั้งค่า Minimum Bid ของเราไว้ต่ำมาก ประมาณ $0.01 - $0.05 และเมื่อทำโฆษณาไปสักพักค่า CTR ของเราก็จะสูง เพราะว่าคนจะคลิ๊กที่โฆษณาของเราค่อนข้างมาก ทำให้สุดท้ายแล้ว เราจะจ่ายค่าโฆษณาน้อยลงเรื่อยๆ ถ้าหากว่า Keywords คำไหนของเพื่อนๆ มี Quality Scores เป็น Great เท่ากับว่า เพื่อนๆได้เปรียบคู่แข่งอีกมากมายครับ ให้ค่อยๆทำการเพิ่ม CTR ขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้โฆษณาของเราแสดงได้ตลอดไปครับ 2. OK คือ โฆษณาของเรามีคุณภาพปานกลาง Google จะตั้งค่า Minimum Bid ไว้สูงขึ้นมาอีกหน่อย ประมาณ $0.1 - $0.5 ซึ่งถ้าหากว่า เราทำการโฆษณาไปสักพัก และโฆษณาของเรามี CTR สูงๆ ทาง Google ก็จะทำการลดค่า Minimum Bid ของเราให้เอง พร้อมกับอาจจะเปลี่ยนสถานะไปเป็น Great ได้ แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากโฆษณาของเรามี CTR ต่ำ Google ก็อาจจะเปลี่ยนสถานะไปเป็น Poor พร้อมกับขึ้นราคา Minimum Bid ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นสำหรับ Keyword ที่มีสถานะเป็น OK นี้ เมื่อทำการโฆษณาไปแล้ว เราควรรีบหาทางเพิ่ม CTR ของโฆษณาให้เร็วที่สุดครับ 3. Poor คือ โฆษณาของเรามีคุณภาพแย่ และควรจะทำการปรับปรุงโฆษณาโดยด่วน เพราะว่า Google จะตั้งค่า Minimum Bid ใน Keyword นี้ไว้สูงมากกว่าที่เราจำเป็นจะต้องจ่าย (ถ้าหากเราทำให้โฆษณาของเรามีคุณภาพดีพอ) โดย Google จะตั้งราคาไว้ประมาณ $1, $5 และ $10 ครับ แม้ว่าค่า Quality Scores ที่ได้รับจาก Google นี้จะเป็นเพียงแค่ค่าประมาณ แต่ถ้าเรานำมาวิเคราะห์และประยุกต์ใช้ให้ดีๆแล้ว ผมเชื่อว่า น่าจะทำให้เราพัฒนาคุณภาพโฆษณาของเราให้ดีขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับที่ค่าโฆษณาของเราก็จะน้อยลงเรื่อยๆได้ครับ สุดท้ายผมก็ขอให้โฆษณาของเพื่อนๆมีสถานะ Quality Scores เป็น Great กันทุกคนนะครับ บทความโดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ผู้แต่งหนังสือ Google Make Me Rich และคอลัมนิสต์ของนิตยสาร Financial Freedom
-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=- เรียนลัดวิธีการทำโฆษณาด้วย Google Adwords อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ได้ที่บ้านของคุณ => http://www.AdWords-eClass.com -=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=- |